10 ผู้จัดการทีมค่าตัวแพงสุดในพรีเมียร์ลีก
ในยุคที่ค่าตัวนักเตะพุ่งสูงแบบทะลุเพดาน หลายคนอาจลืมไปว่าค่าตัวของผู้จัดการทีมก็แรงไม่แพ้กัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปดู 10 อันดับ ผู้จัดการทีมที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมีย์ลีก ใครรอด ใครร่วง มาชมได้เลยครับ
10. เมาริซิโอ ซาร์รี่

ค่าตัว 5 ล้านปอนด์
ในปี 2018 เชลซีจ่าค่าฉีกสัญญา 5 ล้านปอนด์ ให้กับนาโปลี เพื่อดึงกุนซือสายควันเข้ามาคุมทีม และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังพาทีมจบอันดับที่ 3 ในลีก และคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกมาได้ แต่ยังไม่ทันได้สร้างทีมต่อเจ้าตัวก็โบกมือลากับอิตาลีทันที เพื่อไปคุมยูเวนตุส โดยภายหลังเมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ออกมายอมรับว่าการย้ายออกจากเชลซีคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด
9. โรนัลด์ คูมัน

ค่าตัว 5 ล้านปอนด์
ในปี 2016 เอฟเวอร์ตัน อยากได้กลิ่นอายฟุตบอลดัตช์ เลยจ่ายค่าฉีกสัญญา 5 ล้านปอนด์ ให้กับเซาแธมป์ตัน โดยในปีแรกเขาพาทีมจบอันดับ 7 แต่พอในปีถัดมาฟอร์มของทีมนั้นร่วงหนักจนเขาโดนปลดในเดือนตุลาคมปี 2017 พูดง่ายๆ คือเขาพาทีมมีขาขึ้นที่เร็ว แต่ลาลงนี่เร็วยิ่งกว่า กับเงินที่เสียไปในดีลนี้ถือว่าอยากยังไม่คุ้ม
8. โชเซ่ มูรินโญ่

ค่าตัว 5.2 ล้านปอนด์
เมื่อปี 2004 เชลซีควักกระเป๋า 5.2 ล้านปอนด์ ในกับปอร์โต้ เพื่อดึงเดอะสเปเชียลวันเข้ามาคุมทีม และมูรินโญ่ก็เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรไปตลอดกาล เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ทันที ซึ่งแชมป์แรกในรอบ 50 ปี แถมยังป้องกันแชมป์ได้อีกด้วยในปีถัดมา นี้แหล่ะคือตัวอย่างของเงินที่จ่ายแล้วคุ้มค่าสุดๆ
7. แบรนดอน ร็อดเจอร์ส

ค่าตัว 8.8 ล้านปอนด์
หลังพาเซลติกครองแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายเลสเตอร์ก็ทุ่มเงิน 8.8 ล้านปอนด์ เพื่อดึงเขากับมาทำงานที่อังกฤษอีกครั้ง ช่วงแรกผลงานนั้นดีสุดๆ พาทีมจบอันดับ 5 ได้ 2 ปีติด แถมยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 2021 ได้อีกด้วย แต่พอถึงฤดูกาล 2022-2023 ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือ เป็นหลังมือทีมสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้น และสุดท้ายร็อดเจอร์สก็โดนเด้งในปี 2023
6. รูเบน อโมริม

ค่าตัว 9.2 ล้านปอนด์
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหวังสร้างยุคใหม่โดยการดึง อโมริม มาจากสปอร์ติงลิสบอน ด้วยค่าตัว 9.2 ล้านปอนด์ แต่จนถึงตอนนี้ทัพปีศาจแดงภายใต้การคุมทีมของเค้าฟอร์มก็ยังไม่ดีขึ้น โดยฤดูกาลที่ผ่านมาจบอันดับ 15 และชวดแชมป์ยูโรป้าลีกในนัดชิง จนแฟนผีบางคนตั้งคำถามว่า อโมริมจะใช่คนที่ใช่หรือเปล่า
5. อาร์เน่อ สล็อต

ค่าตัว 9.4 ล้านปอนด์
หลังจากการอำลาทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ในปี 2024 ลิเวอร์พูดก็ได้เลือกอาร์เน่อ สล็อตเข้ามารับช่วงต่อ โดยดึงมาจากเฟเยนูร์ด 9.4 ล้านปอนด์ แม้ในช่วงแรกหลายคนงงว่าอาร์เน่อ สล็อตคือใคร แต่เจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้ใจด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 และถึงแม้ว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าดีหรือไม่ดี แต่นี่คือการลงทุนที่ชาญฉลาดของลิเวอร์พูล
4. เอนโซ่ มาเรสก้า

ค่าตัว 10 ล้านปอนด์
ในปี 2024 มาเรสก้าพาเลสเตอร์ ซิตี้เลื่อนชั้น และทำผลงาานได้อย่างยอดเยี่ยม เชลซีไม่รอช้าควัก 10 ล้านปอนด์ จ่ายให้กับเลสเตอร์ เพื่อดึงมาเรสก้าเข้ามาคุมทีม และเขาก็ตอบแทนด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยการพาทีมจบอันดับ 4 และคว้าแชมป์ยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีก มาครองได้ซึ่งดีลนี้ถือว่าเริ่มต้นได้ดี แต่จะรักษามาตรฐานได้หรือไม่ ต้องรอติดตามต่อไป
3. โทมัส แฟรงค์

ค่าตัว 10 ล้านปอนด์
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งในปีนี้ แม้พวกเขาจะพึ่งคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกมาครองได้ ภายใต้การคุมทีมของอังเก แต่กลับกันผลงานในพรีเมียร์ลีกนั้นย้ำแย่สุดๆ ทำให้สโมสรตัดสินใจปลดอังเกออกจากตำแหน่ง และยอมควักกระเป๋าจ่าย 10 ล้านปอนด์ ให้กับเบรนท์ฟอร์ด เพื่อดึงโทมัส แฟรงค์ เข้ามาคุมทีม และนี่คือกุนซือคนที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2021 ของทัพไก่เดือยทอง
2. อังเดร บิอาส โบอาส

ค่าตัว 13.3 ล้านปอนด์
ในปี 2011 เชลซียอมจ่าย 13.3 ล้านปอนด์ให้กับปอร์โต้ เพื่อดึงโบอาสเข้ามาเป็นกุนซือ ในตอนนั้นเขาได้รับฉายาว่าเป็น “นิวมูรินโญ่” แต่ผลงานกับไม่ตามที่คาดหวัง และยังไม่ทันจบฤดูกาลเขาก็โดนปลดออกจากตำแหน่งทันที โดยในภายหลังจอห์น เทอร์รี่ได้ออกมาเปิดเผยว่าโบอาสนั้นมีปัญหากับนักเตะซีเนียร์ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาคุมทีม
1. เกรแฮม พอตเตอร์

ค่าตัว 21.5 ล้านปอนด์
เขาคือผู้จัดการทีมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเชลซีคว้ามาจากไบรท์ตันด้วยค่าตัว 21.5 ล้านปอนด์ ซึ่งค่าตัวระดับนี้ก็มาพร้อมกับความหวังที่สูงด้วยเช่นกัน แต่ความหวังนี้กับกลายเป็นแรงกดดันมหาศาล พอตเตอร์มีผลงานที่ย้ำแย่ทีมเล่นแบบไม่มีทิศทาง สุดท้ายเขาก็โดนปลดโดยคุมทีมไปเพียง 7 เดือนเท่านั้น ซึ่งในเควสนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่มีทีมไหนอยากเจอ
และนี้ก็คือ 10 อันดับ ผู้จัดการทีมที่แพงที่สุดในพรีเมียร์ลีก บางคนเข้ามาเปลี่ยนหน้าประวิติศาสตร์สโมสร แต่บางคนก็ทิ้งรอยแผลเอาไว้ให้แฟนบอลจดจำ สุดท้ายนี้ค่าตัวอาจมูลค่าได้ แต่ผลงานเท่านั้น ที่จะบงบอกคุณค่าที่แท้จริง!!